Kingston SSDNow UV400 ความแรงที่น่าสัมผัส เพื่อคนที่เริ่มต้นกับ SSD

Kingston SSDNow UV400 ความแรงที่น่าสัมผัส เพื่อคนที่เริ่มต้นกับ SSD

ในบรรดา SSD ที่มีวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดบ้านเรา Kingston ถือเป็นอีกค่ายหนึ่ง ที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้มายาวนาน และยังมีให้เลือกใช้กันหลายซีรีส์เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น V series, Savage, Fury หรือจะเป็น Predator ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในกลุ่มผู้ใช้ที่ต่างกันออกไป โดยเฉพาะ Savage ที่ออกมาเพื่อผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์มืออาชีพก็ตาม

Kingston-UV400 (14)

เช่นเดียวกับการมาในครั้งนี้ของ SSD รุ่นล่าสุดที่ Kingston เพิ่งเปิดตัวในเดือนที่ผ่านมานี้ ในรุ่น UV400 ซึ่งต้องถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่เริ่มต้นเปลี่ยนจากฮาร์ดดิสก์ปกติมาเป็น SSD เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้น โดย Kingston UV400 นี้ ถูกออกแบบมาในสไตล์ที่เรียบง่าย แต่ให้ประสิทธิภาพที่พอเหมาะกับการใช้งานทั่วไป มีความจุให้เลือกตั้งแต่ 120GB ไปจนถึง 960GB โดยใช้คอนโทรลเลอร์จากค่ายที่หลายคนคุ้นเคยกันดีอย่าง Marvell 88SS1074 และ Kingston ยังเลือกใช้ NAND Flash ที่เป็น TLC มาใช้บน UV400 นี้ด้วย มาพร้อมพอร์ตมาตรฐาน SATA3 สำหรับการใช้งานทั่วไปในปัจจุบัน โดยในรุ่นที่ได้รับมาทดสอบนี้ เป็นรุ่นความจุ 480GB ความเร็วที่ระบุไว้ในการอ่านและเขียนข้อมูลอยู่ที่ 550MB/s และ 500MB/s ซึ่งถือว่าเป็นความเร็วที่น่าทึ่งสำหรับ SSD ในระดับเดียวกัน

Specification

Form factor: 2.5″
Interface: SATA Rev. 3.0 (6Gb/s) – with backwards compatibility to SATA Rev. 2.0 (3Gb/s)
Capacities2: 120GB, 240GB, 480GB, 960GB
Controller: Marvell 88SS1074
NAND: TLC
Baseline Performance1:
Data Transfer (ATTO):
120GB — up to 550MB/s Read and 350MB/s Write
240GB — up to 550MB/s Read and 490MB/s Write
480GB — up to 550MB/s Read and 500MB/s Write
960GB — up to 540MB/s
Read and 500MB/s Write
Maximum Random 4k Read/Write (IOMETER):
120GB — up to 90,000 IOPS and 15,000 IOPS
240GB — up to 90,000 IOPS and 25,000 IOPS
480GB — up to 90,000 IOPS and 35,000 IOPS
960GB — up to 90,000 IOPS and 50,000 IOPS
Power Consumption: 0.672W Idle / 0.693W Avg / 0.59W (MAX) Read / 2.515W (MAX) Write
Storage temperature: -40°C~85°C
Operating temperature: 0°C~70°C
Dimensions: 100.0mm x 69.9mm x 7.0mm
Weight: 57g
Vibration operating: 2.17G Peak (7–800Hz)
Vibration non-operating: 20G Peak (10–2000Hz)
Life expectancy: 1 million hours MTBF
Warranty/support3: Limited 3-year warranty with free technical support
Total Bytes Written (TBW)4:
120GB: 50TB
240GB: 100TB
480GB: 200TB
960GB: 400TB

เปิดกล่องลองของ

Kingston-UV400 (2)

สำหรับแพ็คเกจของ UV400 รุ่นนี้มาในแบบที่เรียบง่าย คล้ายกับบางซีรีส์ของ Kingston กับซองพลาสติกแข็ง โชว์ตัวสินค้าไว้อย่างชัดเจน ด้านหน้าบอกรายละเอียดพื้นฐานมาให้

Kingston-UV400 (3)

Kingston-UV400 (4)

Kingston-UV400 (5)

กับการออกแบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ที่ค่อนข้างเรียบง่ายและบอกข้อมูลไว้บ้างบางส่วน ดูแล้วก็คงจะไม่ได้มีอุปกรณ์พิเศษอื่นใดเพิ่มเติมเข้ามาเหมือนกับ SSD ในรุ่นพี่ๆ

Kingston-UV400 (6)

การออกแบบและใช้งาน

Kingston-UV400 (7)

เมื่อแกะตัว SSD ออกมาจากแพ็คเกจ สัมผัสแรกที่เห็นได้ชัดก็คือ น้ำหนักที่เบามากๆ รวมถึงการออกแบบที่ใช้วัสดุที่เน้นความบาง เบา แต่ดูแข็งแรง ซึ่งดูแล้วอาจไม่หวือหวา เพราะมองเห็นน็อตยึดตามจุดได้อย่างชัดเจน

Kingston-UV400 (8)

ด้านหลังก็มีเพียงลาเบลที่บอกความจุ 480GB เพียงเท่านั้น ไม่ได้เพิ่มเติมอย่างอื่นมาแต่อย่างใด

Kingston-UV400 (9)

พอร์ตมาตรฐานในแบบ SATA3 ที่มาพร้อม UV400 รุ่นนี้

Kingston-UV400 (10)

ความหนามาตรฐานของไดรฟ์อยู่ที่ 7mm สำหรับใช้ติดตั้งบนโน้ตบุ๊กได้สบายๆ รวมถึงใส่ในกล่อง Enclosure ก็ได้เช่นกัน

Kingston-UV400 (11)

ประสิทธิภาพในการทำงาน

ในการทดสอบ Kingston SSD UV400 ประกอบไปด้วย การทดสอบโดยซอฟต์แวร์ทดสอบและวัดความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลขนาดใหญ่

Kingston-UV400 (13)

ภาพรวมในการทดสอบ

UV400-capacity-2

หลังจากฟอร์แมตไดรฟ์ UV400 แล้ว ความจุที่ปรากฏสำหรับการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 447GB

UV400-HDTune-bench UV400-randon access

ผลการทดสอบด้วยโปรแกรมพื้นฐาน HDTune ให้ผลการอ่านข้อมูลจากไดรฟ์รุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 3xxMB/s ซึ่งดูจะน้อยไปนิดหน่อย แต่ส่วนของ Access time ยังคงทำได้ดี ต้องดูในส่วนผลการทดสอบอื่นๆ ประกอบด้วย

UV400-crystal disk intel-crystal disk

เป็นตัวเลขที่น่าประทับใจทีเดียวสำหรับผลที่ได้จาก CrytalDiskMark ซึ่งการทดสอบนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Kingston UV400 ได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการอ่านและเขียนข้อมูล ที่ทำได้ทะลุ 500MB/s ไปแล้ว เมื่อเทียบกับผลที่ได้จาก SSD ตัวฐานทดสอบของเรา ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

UV400-anvil

intel-anvil

จากภาพของผลการทดสอบ ด้านบนจะเป็นผลที่ได้จาก SSDNow UV400 ซึ่งให้ผลทั้งในด้าน Response time และ Read seq ที่ดีกว่า SSD ที่เป็นฐานทดสอบอย่างเห็นได้ชัด ด้วยตัวเลขในด้าน Read และ Write ที่ใกล้เคียงกับสเปกที่ระบุมาบนแพ็คเกจเลยทีเดียว

UV400-as ssd

สุดท้ายกับการทดสอบด้วย AS SSD ก็ยังชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือผลของการอ่านและเขียนข้อมูลเกือบ 500MB/s ที่เป็นตัวเลขค่อนข้างหรูทีเดียวสำหรับไดรฟ์ในรุ่นตลาดผู้ใช้เริ่มต้นนี้

นอกจากนี้ยังมีการทดสอบ Copy file รูปภาพจำนวนมากบนความจุ 5.63GB จาก SSD ไปยัง UV400 ซึ่งผลที่ได้คือ ใช้เวลาเพียง 15.84 วินาที เท่านั้นในการโอนไฟล์ขนาดใหญ่เช่นนี้ ซึ่งดูแล้วเร็วกว่าการใช้ HDD ไปมากทีเดียว เป็นอีกตัวหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการเลือกเปลี่ยนมาใช้ SSD ที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับการใช้งานต่างๆ ในปัจจุบัน รวมถึงในหลายการทดสอบที่บอกได้ว่า ผู้ใช้ที่กำลังลังเลอยู่กับการจะเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์หรือจะซื้ออุปกรณ์ที่ใช้บูตระบบใหม่ในคอมพิวเตอร์ หากเน้นที่ศักยภาพและความเร็วที่มากขึ้นแล้ว SSD คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในวันนี้ และถ้าอยากได้ความจุมากๆ ลองเปรียบเทียบกันดูในท้องตลาด แล้วประเมินออกมาต่อ GB ว่ารายไหนคุ้ม เชื่อว่าผลที่ได้จากการเปลี่ยนน่าจะช่วยให้ผู้ใช้สัมผัสถึงความเร็วที่ดีขึ้น หรือถ้ายังไม่พร้อมก็อาจจะลองเปลี่ยนเป็น SSD ความจุสัก 120GB เข้าไปเพิ่มเป็นระบบปฏิบัติการ และฮาร์ดดิสก์ลูกเก่าใช้เก็บข้อมูล ก็ยังทำได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบและการประยุกต์ใช้งานตามความพร้อมของแต่ละบุคคล

จุดเด่นในการทำงาน

  • ให้ความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลได้สูงถึง xxxxMB/s จากการทดสอบ
  • ความเร็วในการบูตเครื่องอยู่ในระดับที่ดี ด้วยเวลาเพียง xxx วินาที

ข้อสังเกต

  • ไม่มีอุปกรณ์เสริมอื่นมาให้ในแพ็คเกจ

0 Comments

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..